วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

หลวงพ่อเดิม รุ่นแรก ออกวัดหนองหลวง




รูปหล่อโบราณหลวงพ่อเดิม รุ่นวัดหนองหลวง 

รูปหล่อรุ่นนี้กล่าวกันว่า เป็นรูปหล่อรุ่นแรกของท่าน แต่ประวัติการสร้างไม่มีการบันทึกบอกกล่าวได้แต่คำบอกเล่าของนักนิยมสะสมพระรุ่นครูว่าเทหล่อที่วัดหนองหลวงเมื่อคราวบูรณะปฏิสังขรณ์วัดหนองหลวง อ. ท่าตะโก จ. นครสวรรค์
ในราว พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๘๐ รูปหล่อนี้เทหล่อด้วยเนื้อทองผสมวรรณะ(เนื้อใน) เหลืองปนขาวเล็กน้อย เป็นพระเทหล่อโบราณแม่พิมพ์ประกบเทเป็นช่อตัดชนวนใต้ฐานคือนายช่างจะทำแม่พิมพ์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเมื่อได้แม่พิมพ์แล้วจะทำการถอดหุ่นเทียนแล้วจึงเข้ากรรมวิธีเข้าช่อทาน้ำขี้วัว เข้าดิน และเมื่อถึงเวลาเทหล่อจะต้องสุ่มหุ่นและรอฤกษ์เท ในการทำแม่พิมพ์นี้นายช่างได้ทำแม่พิมพ์ขึ้นด้วยกัน ๒ แบบพิมพ์คือ
๑. พิมพ์ฐานเตี้ย
๒. พิมพ์ฐานสูง
ข้อมูลและรายละเอียด
๑.รูปหล่อพิมพ์ฐานเตี้ย ลักษณะใบหน้าหลวงพ่อคล้ายผลมะตูม รายละเอียดทุกส่วนคมชัด
ส่วนบริเวณสังฆาฏิจะมีเส้นจมคาดกลางในบางองค์จะเห็นช่างแต่งตะไบเส้นนี้ ใต้คำหลวงพ่อเดิมจะไม่มีเนื้อยื่นต่อลงจึงเป็นที่มาของพิมพ์ฐานเตี้ย(แต่มีบางองค์อาจมีเนื้อยื่นลงมาเล็กน้อยแต่ให้แยกพิมพ์ที่ใบหน้าจะชัดเจน) ใต้ฐานส่วนใหญ่เรียบไม่ค่อยพบว่ามีการลงเหล็กจารในบางองค์นายช่างจะทำการเจาะอุดเม็ดกริ่งซึ่งส่วนนี้จะพบเห็นน้อยมากส่วนมากรูปหล่อฐานเตี้ยนี้ถ้าอยู่ในสภาพเดิมส่วนมากจะเห็นผิวเงินคลุมทั่วองค์พระแต่ในบางองค์ตามซอกจะเห็นคราบดำซึ่งก็คือน้ำยารมดำนั่นเอง(พระเนื้อทองเหลืองส่วนใหญ่น้ำยารมดำจะรมไม่ติดจะเหลืออยู่แค่ตามซอกลึกเท่านั้น) รูปหล่อพิมพ์ฐานเตี้ยนี้จะไม่ค่อยปรากฏว่าช่างแต่งตะเข็บข้างและใต้ฐานส่วนใหญ่ไม่พบว่ามีการลงเหล็กจาร

๑. ลักษณะใบหน้าหลวงพ่อคล้ายผลมะตูม
๒. บริเวณสังฆาฏิจะมีเส้นจมคาดกลางในบางองค์จะเห็นช่างแต่งตะไบเส้นนี้
๓. ใต้คำหลวงพ่อเดิมจะไม่มีเนื้อยื่นต่อลงจึงเป็นที่มาของพิมพ์ฐานเตี้ย (แต่มีบางองค์อาจมีเนื้อยื่นลงมาเล็กน้อย แต่ให้แยกพิมพ์ที่ใบหน้าจะชัดเจน)

๒.รูปหล่อพิมพ์ฐานสูง พิมพ์นี้การสร้างเช่นเดียวกับรูปหล่อพิมพ์ฐานเตี้ยทุกประการแตกต่างกันที่แม่พิมพ์ฐานสูงนี้ ใบหน้าหลวงพ่อจะเรียวเล็กเป็นรูปไข่ตลอดจนองค์พระจะแลดูชะลูดกว่าพิมพ์ฐานเตี้ย บริเวณฐานคำว่าหลวงพ่อเดิม ตัว “อ”จะคล้าย”จ”และจะมีเนื้อยื่นต่อลงมาใต้คำว่าหลวงพ่อเดิม จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ ด้านข้างของรูปหล่อพิมพ์ฐานสูงนี้ส่วนใหญ่จะมีรอยแต่งตะเข็บด้านข้างให้เป็นริ้วจีวรและบริเวณตะโพกด้านหลังติดฐานก็มีการแต่งเช่นเดียวกัน (มีส่วนน้อยที่ไม่มีการแต่ง) และการแต่งริ้วตะเข็บข้างนี้ก็มีทั้งชนิดแต่งในขณะที่เป็นหุ่นเทียนถ้าแต่งในลักษณะนี้เมื่อพิจารณาด้วยกล้องจะไม่มีความคมของเครื่องมือแต่จะปรากฏคราบเบ้าคลุมนี่เป็นจุดพิจารณาจุดหนึ่ง แต่ถ้าเป็นชนิดที่แต่งเมื่อเทหล่อแล้วเสร็จจะเห็นเป็นรอยแต่ง(นักนิยมสะสมพระมักเรียกว่ารอยแทงตะไบแต่รอยที่เห็นนี้มิใช่เป็นรอยตะไบแต่เป็นเครื่องมือช่างอีกแบบเรียกว่าเหล็กแทงทอง)ตะเข็บและริ้วจีวรตะโพกใต้ฐานช่างจะแต่งตะไบเรียบส่วนใหญ่มักจะปรากฏเหล็กจาร “พุฒซ้อน” หรือที่เรียกว่า “พระเจ้าอมโลก”ไว้ ยังไม่เคยพบว่าพิมพ์ฐานสูงมีการเจาะบรรจุเม็ดกริ่งเหมือนพิมพ์ฐานเตี้ยบางองค์

๑. พิมพ์ฐานสูงนี้ ใบหน้าหลวงพ่อจะเรียวเล็กเป็นรูปไข่ตลอดจนองค์พระจะแลดูชะลูดกว่าพิมพ์ฐานเตี้ย
๒. บริเวณฐานคำว่าหลวงพ่อเดิม ตัว “อ” จะคล้าย “จ”
๓. บริเวณฐาน คำว่าหลวงพ่อเดิม จะมีเนื้อยื่นต่อลงมาใต้คำว่าหลวงพ่อเดิม จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ฐานสูง
๔. ด้านข้างของรูปหล่อพิมพ์ฐานสูงนี้ส่วนใหญ่จะมีรอยแต่งตะเข็บด้านข้างให้เป็นริ้วจีวรและการแต่งริ้วตะเข็บข้างนี้ก็มีทั้งชนิดแต่งในขณะที่เป็นหุ่นเทียนถ้าแต่งในลักษณะนี้เมื่อพิจารณาด้วยกล้องจะไม่มีความคมของเครื่องมือแต่จะปรากฏคราบเบ้าคลุมนี่เป็นจุดพิจารณาจุดหนึ่ง แต่ถ้าเป็นชนิดที่แต่งเมื่อเทหล่อแล้วเสร็จจะเห็นเป็นรอยแต่ง(นักนิยมสะสมพระมักเรียกว่ารอยแทงตะไบ แต่รอยที่เห็นนี้มิใช่เป็นรอยตะไบ แต่เป็นเครื่องมือช่างอีกแบบเรียกว่าเหล็กแทงทอง)
๕. บริเวณตะโพกด้านหลังติดฐานก็มีการแต่งเช่นเดียวกัน (มีส่วนน้อยที่ไม่มีการแต่ง)
๖. ใต้ฐานช่างจะแต่งตะไบเรียบส่วนใหญ่มักจะปรากฏเหล็กจาร “พุฒซ้อน” หรือที่เรียกว่า “พระเจ้าอมโลก”ไว้ ยังไม่เคยพบว่าพิมพ์ฐานสูงมีการเจาะบรรจุเม็ดกริ่งเหมือนพิมพ์ฐานเตี้ยบางองค์


นอกจากนี้รูปหล่อพิมพ์ฐานสูงยังจำแนกผิวออกเป็น ๓ ชนิดอีกคือ
๑. ชนิดผิวพรายเงิน ชนิดนี้ผิวองค์พระปรากฏเป็นผิวพรายเงินคลุม ชนิดนี้ค่านิยมสูงที่สุด
๒. ชนิดผิวน้ำทอง ชนิดนี้ไม่ปรากฏมีพรายเงินคลุมแต่จะมีคราบน้ำทอง(สีเหลืองเหลือบทอง คล้ายผิวพระพุทธชินราชรุ่นอินโดจีน)ชนิดนี้ค่านิยมจะเป็นรองผิวพรายเงิน
๓. ชนิดผิวรมดำ ชนิดนี้ผิวองค์พระจะปรากฏน้ำยารมดำคลุมและผิวพระส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเรียบตึงจะเห็นเป็นรอยย่นซึ่งรอยเหล่านี้เกิดจากการที่ช่างนำพระที่เทหล่อเสร็จแล้วไปผ่านกระบวนการกัดน้ำยาเพื่อรมดำ(อย่างที่กล่าวข้างต้นน้ำยารมดำจะไม่จับผิวพระเนื้อทองเหลือง) รูปหล่อชนิดนี้ค่านิยมจะถูกกว่า ๒ ชนิดข้างต้นและวรรณะ(เนื้อ)จะเหลืองปนเขียวแต่ถ้าเป็น ๒ แบบข้างต้นเนื้อจะเหลืองปนขาวกว่า

ชนิดผิวพรายเงิน ชนิดนี้ผิวองค์พระปรากฏเป็นผิวพรายเงินคลุม ชนิดนี้ค่านิยมสูงที่สุด

ชนิดผิวรมดำ ชนิดนี้ผิวองค์พระจะปรากฏน้ำยารมดำคลุมและผิวพระส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเรียบตึงจะเห็นเป็นรอยย่นซึ่งรอยเหล่านี้เกิดจากการที่ช่างนำพระที่เทหล่อเสร็จแล้วไปผ่านกระบวนการกัดน้ำยาเพื่อรมดำ(อย่างที่กล่าวข้างต้นน้ำยารมดำจะไม่จับผิวพระเนื้อทองเหลือง) รูปหล่อชนิดนี้ค่านิยมจะถูกกว่า ๒ ชนิดข้างต้น

สรุปรูปหล่อหลวงพ่อเดิมวัดหนองหลวงจุดพิจารณาให้ยึดพิมพ์ให้แม่น จำวิธีการสร้างคือดูพระหล่อ-พระปั๊ม-พระฉีดให้แยกได้ เข้าใจธรรมชาติคือความเก่าความซีดความแห้งของพระตลอดจนรายละเอียดปลีกย่อยเช่นรอยเหล็กจาร การแต่งตะไบให้ได้ จะประสพความสำเร็จ ส่วนจำนวนการสร้างทั้งสองแบบพิมพ์ไม่มีการบันทึกไว้ว่าสร้างเท่าไหร่เพียงแต่คาดเดาว่าทั้งสองแบบพิมพ์ไม่น่าเกิน ๒-๓พันองค์ ประการหนึ่งแบบพิมพ์ฐานเตี้ยชนิดที่ผ่านการรมน้ำยาดำผิวพระจะมีความตึงไม่เหมือนพระพิมพ์ฐานสูงชนิดรมดำที่ผิวพระส่วนใหญ่จะไม่เรียบตึง เพราะพิมพ์ฐานเตี้ยไม่ผ่านการกัดน้ำยา และส่วนตัวของผู้เขียนเองก็มีความเชื่อโน้มเอียงว่า รูปหล่อพิมพ์ฐานเตี้ยน่าจะสร้างก่อนพิมพ์ฐานสูงเพราะงานหล่อความสวยงามตลอดจนความเรียบร้อยสู้พิมพ์ฐานสูงไม่ได้และจำนวนการสร้างเมื่อเทียบเคียงพบเห็นน้อยกว่าพิมพ์ฐานสูงมากและนี่คือข้อมูลที่ผู้เขียนศึกษาค้นคว้านำเสนอ และถ้าท่านสมาชิกมีข้อมูลอื่นใดที่ชี้แนะติชม ผู้เขียนก็ยินดีรับไว้เพื่อประเทืองปัญญา

หลวงพ่อเงิน กรุวัดขวาง




ประวัติ หลวงพ่อเงิน บางคลาน กรุวัดขวาง

ประวัติความเป็นมา :
ตำบลวัดขวาง เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอโพทะเล ซึ่งเรียกชื่อตามชื่อวัด ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำพิจิตรเก่า (แม่น้ำน่านเดิม) ปัจจุบันอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลวัดขวาง มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาบริเวณนี้เป็นโค้งคุ้งแม่น้ำน่าน มีเกาะอยู่กลางแม่น้ำ การเดินทางในสมัยก่อนราษฎร ใช้เรือแพเป็นพาหนะในการสัญจรไปมา ยามน้ำลดเรือแพของราษฎรมักจะติดอยู่ในบริเวณนี้ บางครั้งติดอยู่หลายวัน ต้องลงเรือหาที่พักแรมหาอาหาร หาฟืน บางคนเห็นเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม จึงได้ชักชวนกันตั้งบ้านเรือนจนเกิดชุมชนขึ้นในบริเวณนี้ ครั้นเมื่อมีบ้านเรือนอยู่หนาแน่นเป็นชุมชนใหม่ หลวงพ่อไข่และราษฎรผู้มีจิตศรัทธาจึงได้สร้างวัดขึ้น ติดบริเวณโค้งคุ้งน้ำแห่งนี้ และเนื่องจากบริเวณวัดตั้งอยู่ติดโค้งคุ้งน้ำ ราษฎรที่ใช้เรือแพเดินทางสัญจรไปมาเมื่อเดินทางใกล้ถึงบริเวณโค้งคุ้งน้ำแห่งนี้ เมื่อมองไปข้างแม่น้ำจะเห็นเป็นวัดสร้างขวางแม่น้ำอยู่ จึงเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่า วัดขวางน้ำ แต่ต่อมาเรียกกันติดปากสั้น ๆ ว่า “วัดขวาง”

สภาพทั่วไปของตำบล :
ลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำพิจิตรเก่าไหลผ่าน ซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะกับการทำนา
อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดกับ ต. ทับหมัน อ. ตะพานหิน จ. พิจิตร
ทิศใต้ ติดกับ ต. ทุ่งน้อย อ. โพทะเล จ. พิจิตร
ทิศตะวันออก ติดกับ ต. คลองคูณ อ. ตะพานหิน จ. พิจิตร
ทิศตะวันตก ติดกับ ต. โพทะเล อ. โพทะเล จ. พิจิตร

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 5,469 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,390 หลังคาเรือน
ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนา
เส้นทางการคมนาคม การเดินทางเข้าสู่ตำบล :
ทางหลวงชนบท สายโพทะเล – บางลาย ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร
โครงสร้างการบริหารของ อบต.
0. สำนักงาน อบต.วัดขวาง
โทร. 0-5668-7077
1. นายรุ่งเรือง เอมสาร ประธานสภา อบต.
2. นายเย่น สิงห์ชู เลขานุการสภา อบต.
3. นายฉวน จันทร์ขวาง นายก อบต.
4. นางสายสุณี จงอยู่สุข ปลัด อบต.
5. นายฉวน จันทร์ขวาง ประธานกรรมการบริหาร อบต.

การเดินทาง :
จังหวัดพิจิตรอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือ
สามารถเดินทางได้โดยทางรถไฟ ทางรถยนต์
และทางรถประจำทาง

///////ประวัติ หลวงพ่อเงินกรุวัดขวาง:////////

พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน
แสดงพุทะคุณ อยู่ยงคงกระพัน
ยิงปืนใส่ กระสุนไม่ออก
แม้แต่นัดเดียว

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2527 ได้เกิดตำนาน ความศักดิ์สิทธิ์เล่าขานจากชาวบ้าน ตำบลวัดขวาง

อำเภอโพทะเลจังหวัดพิจิตร ถึงปาฏิหารย์ความศักดิ์สิทธิ์ที่เห็นประจักษ์ต่อสายตาคนจำนวนมาก ณ กรุวัดขวาง

ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 90 ปีเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ได้มีคนร้ายประมาณ 5 คน ลักลอบขุดเจาะฐานเจดีย์

ชะรอยกับที่นายเอิบ อินเอี่ยม ชาวบ้านแถบนั้นได้เดินทางมาจากต่างจังหวัด พบเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี

นายเอิบ อินเอี่ยม ได้รีบนำความเข้าแจ้งต่อผู้ใหญ๋บ้านคือ นายเสนาะ เม่นเกิด ผู้ใหญ่บ้านซึ่งไม่รอช้า

รีบรวบรวมลูกบ้าน ออกไปทำการจับกุมคนร้ายทันที คนร้ายจึงรีบหนีพร้อมนำพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน

ที่ขุดได้หอบใส่ถุงพลาสติก เตรียมขึ้นรถจักรยานยนต์ไป ในขณะที่คนร้ายกำลังจะหลบหนี นาย-เสนาะ เม่นเกิด

ผู้ใหญ่บ้าน ได้ใช้ปืนพกขนาด .38 ยิงใส่กลุ่มคนร้าย ปรากฏว่า กระสุนทั้งหมดด้านอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้คน

ร้ายนำพระจำนวนมากหลบหนีไปได้ หลังจากที่คนร้ายหลบหนีไปแล้ว นายเสนาะ จึงใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า ปรากฏว่า

กระสุนดังลั่นถึง 3 ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้เคยเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ต่อมาทางวัดได้สำรวจบริเวณเจดีย์

พบพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน ที่ยังเหลือตกค้างอยู่ เป็นเนื้อทองสีดอกบวบมีสนิมแดงขึ้นเต็ม จำนวน 73 องค์

ได้มอบให้กรรมการวัดเก็บรักษาไว้ และนำ ออกให้ประชาชนทั่วไปได้บูชา องค์ละ 60,000 บาท เพื่อนำปัจจัย

ดังกล่าวมาบูรณะวัด พร้อมด้วย พระรูปหล่อพิมพ์สังกัจจายน์ ที่ทางวัดได้ขออนุญาติต่อทางจังหวัดพิจิตรทำการรื้อ

เจดีย์เพราะสภาพชำรุดทรุดโทรมมากแล้ว โดยมีพระครูพิบูลย์ธรรมเวทย์(หลวงพ่อเปรื่อง) เจ้าคณะอำเภอโพทะเล

เป็นประธานพิธี พร้อมด้วยชาวบ้านอีกมากมายมาร่วมเป็นสักขีพยาน

ในวงการพระเครื่องต่างยอมรับว่าเป็นพระที่หลวงพ่อเงินสร้างไว้อย่างแน่นอน
ประกอบกับประวัติความเป็นมาของวัดและกรุแห่งนี้ได้รับการเปิดเผยจากนายวอ สุขหร่อง อายุ 85 ปี
แต่เรื่องที่เล่าให้ฟังยังอยู่ในความทรงจำที่ไม่เลอะเลือน ว่าตนเองอยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 3 ตำบลวัดขวาง
เคยเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดขวางมาก่อน ยืนยันว่าวัดแห่งนี้สร้างประมาณ 200 ปี แล้ว

หลวงพ่อไข่นั้นเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน โดยวัดแห่งนี้อยู่ห่างกันเพียง 20 กม. เท่านั้น
หลวงพ่อไข่ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดขวางนี้ นายวอมีอายุเพียง 9 ปี ซึ่งก็ได้อยู่รับใช้มาโดยตลอด
หลวงพ่อไข่ได้ว่าจ้าง เจ็กพัง สร้างเจดีย์แห่งนี้ ซึ่งนับถึงปัจจุบันนี้ มีอายุเก่าแก่ถึง 70 กว่าปีแล้ว(2527)
หลวงพ่อไข่ได้ไปหาหลวงพ่อเงิน โดยนำตนติดตามไปด้วย เพื่อขอพระมาบรรจุไว้ในเจดีย์ ที่สร้างใหม่
หลวงพ่อเงินได้มอบพระเครื่องให้จำนวน 1 บาตร โดยนำมาบรรจุร่วมกับโถลายครามอีกทีหนึ่ง

ปัจจุบันพระเครื่องเหล่านี้หมดจากวัดแล้ว

แต่ยังพอหาได้ตามละแวกตำบลวัดขวาง

ซึ่งก็เป็นที่หวงแหนของผู้ที่มีไว้ในครอบครอง

อยู่ไม่น้อยจากกิตติศัพท์ที่เล่าลือจัดเป็นพระเครื่อง

ที่มีพุทธคุณสูงเช่นเดียวกับพระเครื่องที่หลวงพ่อเงิน

วัดบางคลานได้สร้างมาทุกรุ่น

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องสำรองไฟ แบตเตอรี่

เครื่องสำรองไฟฟ้า

Venus Smart 1050 (1050VA/840W)
Solutions: คอมพิวเตอร์, ระบบ Server , ตู้สาขา เป็นต้น
คุณสมบัติทั่วไป
เป็น UPS ชนิด True On-line Double Conversion ให้กระแสไฟฟ้าที่คงที่และต่อเนื่องตลอดเวลา
ไมโครโปรเซสเซอร์ควบคุมการทำงานทั้งหมด เพื่อความเที่ยงตรงของไฟฟ้าขาออก
แรงดันไฟฟ้าขาเข้า 220 Vac +/- 40% +35%
แรงดันไฟฟ้าขาออก 220, 230 & 240 Vac +/- 1% (สามารถเลือกแรงดันไฟขาออกได้)
สัญญาณไฟฟ้าขาออกของภาค Inverter เป็น Pure Sine Wave
สำรองไฟฟ้าได้ประมาณ 15-30 นาที (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)
สามารถเพิ่มระยะเวลาการสำรองไฟฟ้าด้วยการพ่วงแบตเตอรี่ได้ (Options)
สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่อง และสามารถเปิดเครื่องได้โดยไม่ต้องมีไฟ AC
INPUT (DC Power On)
มีสัญญาณไฟ LCD เตือนบอกสภาวะการทำงาน : Operate status , input voltage,output voltage , frequency,
Bypass , battery voltage , % battery
สามารถเลือกให้เครื่องสำรองไฟฟ้าทำงานในโหมดประหยัดพลังงานได้ (High efficiency mode)
รองรับการใช้งานผ่านพอร์ตสัญญาณ RS232, USB PORT สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม
UPSilon2000 UPS monitoring software สำหรับตรวจสอบและควบคุมการทำงานของเครื่องสำรองไฟฟ้า
รองรับการใช้งานร่วมกับ SNMP Card เพื่อความสะดวกในการควบคุมการทำงานของ UPS ผ่านระบบ
Network
ผลิตภัณฑ์มาตรฐาน ISO 9001:2008, ISO 14001:2004 และ มอก. 1291-2545
***รับประกันคุณภาพสินค้า 2 ปี (ทั้งตัวเครื่องและแบตเตอร์รี่)

บริการเสริม
บริการบำรุงรักษาUPS รายปี (Maintenance Agreement :MA)
1.แบบMinor:ค่าบริการในการตรวจเช็คบำรุงรักษาป้องกัน(Preventive Maintenance:PM)
2.แบบNormal:ค่าอะไหล่ทุกชนิด (ยกเว้น Battery)
3.แบบMajor:ค่าบริการในการตรวจเช็คบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance:PM) และค่าอะไหล่ทุกชนิด (ยกเว้น Battery)
4.แบบCritical:ค่าบริการในการตรวจเช็คบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) และค่าอะไหล่ทุกชนิดรวมทั้ง Battery
ติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เวฟ จำกัด
ผู้ผลิตและจำหน่าย พร้อมด้วยบริการ ออกแบบ ติดตั่งซ่อมบำรุงผลิตภัณท์ ในระบบ
Powersoltion & Energy Saving
1.คุณภัทธมาศ ยอดโค้น 02-1863010-17 ต่อ200
2.คุณสุภาภรณ์ จูหว้า 081-2970002
3.คุณวิรินทร์ญา กิตติพิริยากรณ์ 083-3064114

เครื่องสำรองไฟ

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

แบตเตอรี่